ความเข้าใจผิด ๆ ต้นเหตุอุบัติเหตุเหตุบนถนน
กะพริบไฟสูงเตือน
ส่วนใหญ่ผู้ขับขี่มักใช้ในกรณีเตือนมิให้ผู้ขับรถในทางร่วม ตัดเข้ามาในทางตรง แต่ตามกฎหมายมิได้กำหนดให้ใช้การกะพริบไฟสูงกรณีขับรถ ผ่านทางร่วม เพราะแสงไฟอาจรบกวนสายตาผู้ที่ขับรถสวนทางมา ทำให้เข้าใจผิดจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้
เปิดไฟฉุกเฉินขณะข้ามทางแยก
เพราะผู้ที่ขับรถมาทางด้านข้างจะมองเห็น ไฟกะพริบเพียงด้านเดียวเท่านั้น ซึ่งคล้ายกับการเปิดไฟเลี้ยว ทำให้ไม่ทันระวังจนเกิดการเฉี่ยวชนได้ เพี่อความปลอดภัยควรชะลอความเร็วและหยุดรถมอง จนแน่ใจว่าด้านซ้ายและขวาไม่มีรถ จึงขับรถผ่านไปได้
เปิดไฟตัดหมอกหรือสปอตไลต์
ให้เปิดใช้กรณีขับผ่านเส้นทางที่มืดมาก มีหมอกควันปกคลุมหรือทัศนวิสัยไม่ดี เพราะความสว่างของไฟจะรบกวนสายตาผู้ที่ขับสวนทางมา ทำให้มองเห็นทางไม่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้
เปิดไฟเลี้ยวค้างไว้
ให้เปิดไฟเลี้ยวเฉพาะกรณีจะเปลี่ยนเส้นทางเท่านั้น โดยเปิดล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 30 เมตร เพื่อเตือนรถคันหลังเพิ่มความระมัดระวัง
เร่งความเร็วเมื่อเห็นสัญญาณไฟเหลือง
ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุชนประสานงา เพี่อความปลอดภัย ให้ชะลอความเร็ว โดยแตะเบรกด้วยน้ำหนักและจังหวะที่เหมาะสมพร้อมทั้งหยุดรถหลังเส้นจราจรที่ กำหนด
จอดรถโดยเปิดไฟฉุกเฉินในพื้นที่ห้ามจอด
เป็นการทำผิดกฎหมายจราจร แม้จะเปิดไฟฉุกเฉินเพื่อบอกให้ทราบว่าจอดชั่วคราวก็ตาม รวมทั้งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนได้ เพื่อความปลอดภัยให้จอดในพื้นที่หรือบริเวณที่กำหนดเท่านั้น
นอกจากนี้ ขณะขับรถผู้ขับควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น คุยโทรศัพท์ พิมพ์ข้อความ ทานอาหาร แต่งหน้า และอุ้มเด็กนั่งตักขณะขับรถ เพราะจะทำให้ผู้ขับไม่มีสมาธิในการขับรถปฏิกิริยาตอบสนองช้าลง การตัดสินใจในการควบคุมพวงมาลัยและเบรกช้าลง จึงเป็นเหตุเพิ่มความเสี่ยงต้อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น